การเดินทางของจอหงวน : Day 21



การเดินทางของจอหงวน : Day 21

TOP 10 อันดับอาชญกรรมในสิงคโปร์

ลูกเล่า :

ไหนใครบอกสิงคโปร์ไม่มีโจร
ความจริงสิงคโปร์เป็นประเทศที่ปลอดภัยมาก แต่ก็ยังมีโจรผู้ร้ายอยู่เนืองๆ
วันก่อนมหาลัยให้ตำรวจมาบรีฟเรื่อง 10 อันดับ อาชญกรรมในสิงคโปร์ที่ควรระวัง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
อันดับสุดท้ายจะรู้ว่า จริงๆ แล้วคนสิงคโปร์เค้าก็ขี้เหงา

ปีที่แล้วสิงคโปร์ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองมาจากโตเกียว โดย The Economist Intelligence Unit (EIU) ซึ่งคนสิงคโปร์เค้าภูมิใจมากก ว่าประเทศเค้ามีความปลอดภัยสุดๆ ซึ่งถ้าเป็นบ้านเราก็คงภูมิใจเหมือนกันเนอะ

แต่ก็ใช่ว่าสิงคโปร์จะไม่มีโจรผู้ร้ายเลย เหมือนสโลแกนของตำรวจสิงคโปร์ ที่ว่า 'LOW CRIME DOESN'T MEAN NO CRIME!'

วันนี้เลยจะลองชวนมาไล่ดูกันกับ 10 อันดับอาชญกรรมในสิงคโปร์ เริ่มมกันที่..

1. ขโมยรถ (Vehicle Thief) ใช่ รถทั้งคันเนี่ยแหละ มันขโมยกันได้ง่ายๆ เลยหรอ? ส่วนใหญ่จะเกิดจากการโดนขโมยกุญแจรถ ทำให้ตำรวจจะคอยออกคำเตือนให้ระวังอย่าทำกุญแจหายที่ไหน ซึ่งก็ได้ผลดีทีเดียว เพราะในปีที่แล้วพบว่า สถิติรถหายในสิงคโปร์ลดลงเกือบตั้ง 10% จากปีก่อนหน้า มีรายงานเคสโดนขโมยรถ 998 เคสในปี 2017
2. ขโมยของตามศูนย์อาหาร (Thief at Hawker Centre) จะบอกว่า คนสิงคโปร์บางทีก็จะเหมือนคนไทย ที่เวลาไปกินข้าวตามที่แบบนี้ก็จะเอาของไปวางจองโต๊ะไว้ (เหมือนพนักงานบริษัทที่ไทยเวลาพักกินข้าวตอนกลางวัน) ทำให้ตกเป็นเป้าของโจรได้ง่ายมากก อันนี้คนไทยเวลาไปเที่ยวก็ต้องระวังให้มากๆ คือต้องไม่วางของทิ้งไว้ตามโต๊ะในศูนย์อาหาร เพราะคนจะพลุกพล่านมาก ซื้ออาหารก่อนแล้วค่อยมาหาโต๊ะ ดีกว่าเดินหาของหายนะ

3. โดนหลอก (Swindler) หลายคนอาจรู้ว่าที่สิงคโปร์ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีที่ก้าวไกลไปมาก แต่คน
สิงคโปร์จริงๆ บางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่ตั้งรกรากตั้งแต่สมัยสิงคโปร์ก่อตั้งประเทศ มักตกเป็นเหยื่อของการโดนหลอกมากๆ อาจเพราะตามไม่ทันกลโกงใหม่ๆ เช่น ถูกหลอกว่าถูกหวย โดนหลอกให้ซื้อของปลอม หรือแม้กระทั่งอะไรแปลกๆ เช่นพวกเครื่องราง ของขลัง เป็นต้น

4. โจรขึ้นบ้าน (House Thief) เดาว่าอันนี้เมืองไทยก็คงมีบ่อยๆ รึปล่าวนะ? ที่สิงคโปร์คือเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ แต่มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ในแต่ละปี อย่างปีที่แล้วผลสำรวจพบว่า ในหนึ่งปี (365 วัน) มีวันที่ไม่มีการแจ้งความโจรขึ้นบ้านเลย ถึง 237 วัน - ก็โอเคอยู่นะ
5. ขโมยของในร้านค้า (Shop Thief) อันนี้จะเกิดขึ้นบ่อยเป็นพิเศษช่วงสิงคโปร์เซลล์ เพราะช่วงนี้คนจะเยอะมาก ทำให้มีอัตราการขโมยของในร้านสูงขึ้นตามไปด้วย แต่อันนี้ตำรวจก็รู้ทัน เลยเอาคนไปยืนเฝ้าระวังตามห้างใหญ่ๆ ทำให้มีเคสโดนขโมยของลดลงเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เหลือ 3,795 ครั้ง (แต่เราว่าก็ยังถือว่าเยอะอยู่นะ)

6. หลอกว่าโดนลักพาหัวเพื่อเรียกค่าไถ่ (Kidnap Scammer) หืมมม?? อ่านไม่ผิดใช่มั้ย? จะบอกว่าอ่านถูกแล้ว ที่สิงคโปร์มีเคสว่า บางทีเด็กๆ ที่บ้านกลับบ้านดึก พ่อแม่ติดต่อไม่ได้ ก็จะมีคนร้ายโทรไปขู่หาพ่อแม่ บอกว่าลูกของแกถูกจับไว้อยู่ ถ้าไม่อยากให้เป็นอะไรไปให้ส่งค่าไถ่มาซะดีๆ แต่หารู้ไม่ คือลูกเมาอยู่ที่ผับจ้า (อย่างงี้ก็ได้เหรอ)
7. ทวงหนี้นอกระบบ (Unlicensed Moneylending Harassment) อันนี้คลาสสิกมาก เหมือนเมืองไทยเลย คือเวลาไปกู้เงินนอกระบบใครมาแล้วไม่มีไปคืนเค้า สุดท้ายโดนเค้ามาทวงด้วยการทำลายข้าวของ ทรัพย์สมบัติ ตำรวจสิงคโปร์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามสอดส่งให้ไม่เกิดการทวงหนี้ด้วยความรุนแรงแบบนี้ ซึ่งก็ได้ผลดีมาก แต่กลับกลายเป็นว่า เจ้าหนี้หันไปใช้วิธีอื่นทวงหนี้แทน เช่น ส่งข้อความ SMS ไปข่มขู่ทำร้าย โพสเฟสบุคให้ลูกหนี้เกิดความอับอาย ฯลฯ ช่างมีความ 4.0 เสียจริงๆ

8. โกงขายของออนไลน์ (Online Cheat) อันนี้ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ซื้อของออนไลน์กัน อย่างไรก็ดี ปัญหานี้เป็นปัญหาหนักใจแก้ไม่ตกของตำรวจสิงคโปร์มาก เพราะมันเกิดขึ้นบนโลกอินเตอร์เนต ซึ่งคนร้ายจะไปหลอกใครจากไหนในโลกนี้ก็ย่อมได้ จึงทำได้ดีที่สุดตอนนี้ก็แค่เตือนให้ระวัง อย่าไปซื้อของที่ราคาถูกจนเกินไป อ้อ! แล้วถ้าเราเป็นคนขายเองก็ควรโพสแต่เบอร์มือถือในเว็บขายของ อย่าโพสใน Social Media เช่นเฟสบุค เพราะจะทำให้ใครก็ตามที่เอาเบอร์เราไป สามารถหารูปหน้าของเราได้อย่างง่ายๆ
9. โดนขู่แบล็กเมล์ (Sextortionist) เอาตรงๆ เลยก็คือ ถ่ายคลิปโป๊แล้วเอาไปขู่ว่าจะไปปล่อยนั่นแหละ ถ้าไม่ยอมโอนเงินมาให้แต่โดยดี ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่มักจะเป็นฝ่ายชาย ที่ตกเป็นเหยื่อโดนฝ่ายหญิงข่มขู่ซะด้วย ซึ่งธุรกิจนี้มีเงินหมุนเวียนราวๆ 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เลยนะ เยอะมากๆ ทำให้รู้ว่า คนสิงคโปร์ก็ค่อนข้างเหงาเหมือนกัน..

สุดท้าย!
10. ชู้รักทางอินเตอร์เนต (Internet Love Scam) นอกเหนือจากปรากฏการณ์ในข้อที่ผ่านมาแล้ว ก็ยังมีการโกงอีกแบบนึ่งที่คล้ายๆ กันเลย เรียกว่า Internet Love Scam ซึ่งมีเคสเกิดขึ้นเยอะมากๆๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 37 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เลยทีเดียว (ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด) มีเคสนึงโดนหลอกไปถึง 6 ล้านดอลลาร์จ้าา แล้วมันคืออะไร? มันก็คือการโดนหลอกโดยที่เราอาจปัดขวาไปพบรักกับใครซักคนนึงทางออนไลน์ แล้วเค้าก็คุยๆ กันไปจนรักมาก/หลงมาก จากนั้นก็มาโดนหลอกว่าที่บ้านเดือดร้อนมากๆ อย่างโน้นอย่างนี้ สุดท้ายพอโอนเงินกันไปมาปุ๊ป ก็ Unmatch กันไปง่ายๆ อยู่ดีๆ ก็หาย LINE ไม่ตอบ อยู่ดีๆ ก็นกก ฉันพลาดตรงไหน..

ถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า ถึงแม้จะอยู่ในประเทศที่มีความปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดจากภัยเสมอไป ตำรวจสิงคโปร์จึงมีสโลแกนคอยเตือนในพวกเราอยู่เสมอว่า 'Not If, but When' คือให้ระวังตัว อย่าคิดว่าเราอาจไม่โดนก็ได้ แต่ให้คิดไว้เสมอว่า โดนแน่ๆ แต่เมื่อไหร่ ซึ่งจะสอดรับกับแคมเปญต่อต้านการก่อการร้ายในสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน ไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟัง :)
ภาพประกอบจาก Scam Alert Singapore - www.scamalert.sg/
ข้อมูลจาก Singapore Police Force - www.police.gov.sg/

เรื่องกำลังดัง