Sapa-Vietnam มอง ซาปา ผ่านกล้องมือถือ :Day 1

มอง ซาปา ผ่านกล้องมือถือ :Day1

ซาปา
ซาปา เมืองเล็กๆ ในหุบเขาในจังหวัดหล่าวก๋าย ประเทศเวียดนาม โดยเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาฮวงเหลียนเซิน (The Hoàng Liên Son) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกสุดของเทือกเขาหิมาลัย เดิมทีเป็นเมืองตากอากาศของเจ้านายชั้นสูงของฝรั่งเศส ตึกอาคารในเมืองก็เลยมีหน้าตาคล้ายไปทางยุโรป
ซาปาอยู่ห่างจากสนามบินฮานอย ประมาณ 280 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมง การเดินทางของเราครั้งนี้ใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 6 ชั่วโมงเพราะรถวิ่งขึ้นเขาตลอด  เพราะอาทิตย์ก่อนที่เราจะมาถึงมีอุบัติเหตุ รถแก๊สระเบิดร่วงลงสะพานแล้วเผาสะพานเสียหาย ทางการเวียดนามเลยปิดถนนหลวง ให้ใช้ทางเบี่ยงผ่านหมู่บ้านที่เป็นถนนแค่สองเลน นึกสภาพรถคันบัสคันใหญ่ ขับแซงกันบนถนนเล็กๆ แล้วเจอมอเตอร์ไซค์ที่ขับแบบไม่สนรถใหญ่ยิ่งทำให้เสียเวลาในการเดินทางไปเป็นชั่วโมง ระยะทางผ่านหมู่บ้านแค่ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่า นั่งกันรากแก้วงอกเลย.. ระหว่างผ่านในหมู่บ้าน คุณป้าที่นั่งด้านท้ายรถเดินมาบอกขอแวะเข้าห้องน้ำ ปตท.(ไปตามทาง)เพราะเหมือนท้องจะเสีย แต่คนขับบอกให้ทนอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะขอบทางไม่มีที่ให้รถจอด ให้พ้นจากหมู่บ้านกลับเข้าถนนหลวง จะมีที่พักรถกลางทางให้เข้าห้องน้ำ คุณป้าก็เลยต้อง ค่อยๆหันหลังก้าวเดินช้าๆ ขนแขนลุกชัน พยามไม่ขยับตัวมาก เข้าใจป้าเลยค่ะ😓วินาทีนี้หนาวจับจิตอยากปิดแอร์รถขึ้นมาเลยทีเดียว ทนอีกนิดนะคะคุณป้า
👉 วิธีการเดินทางมาซาปา มาได้ทั้งทางรถไฟ และรถบัสหลายแบบ สามารถเข้าไปจองรอบได้ที่นี่เลย https://sapaexpress.com/en
เมืองซาปา
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถมาพักตรงจุดจอดรถ ทุกคนหลีกทางให้คุณป้าลงก่อนเป็น priority แรก นาทีนี้ต้องอาศัยความเร็วที่สุด เดินลงมาดันเจอโต๊ะเก็บเงินขวางทางมาชะลอความเร็ว แต่โชคดีที่คนเฝ้าหน้าห้องน้ำที่นี่อินเตอร์รับเงินบาท ค่าเข้าห้องน้ำ 5 บาทแถมกระดาษหนานุ่ม 
เรามีเวลาสำรวจจุดพักรถตรงนี้ แค่ 5 นาทีเพราะต้องเดินทางต่อ เพราะเกือบสี่โมงเย็นแล้วเพิ่งมาได้แค่ครึ่งทาง หนทางไม่ไกลแต่อีกนานกว่าจะถึง ระหว่างรอคนนั้นคนนี้ มีแม่ค้าแบกขนมบังแผ่นเบ้อเริ้มเดินแจกแม่ค้าด้วยกัน พอเราไปขอถ่ายรูปหน่อยเพราะแปลกดี แม่ค้าก็ใจดีแบ่งมาให้ชิมด้วย กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นมะพร้าวเลย

ระหว่างทางไปซาปา รถจะวิ่งขึ้นเขาไปตลอดทางและวิวข้างทางจะมีนาขั้นบันไดให้เห็นโดยตลอด ภูเขาลูกนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีน้ำตกสวยๆอยู่เป็นระยะ ยอดสูงสุดของภูเขาลูกนี้ชื่อยอดเขาฟานสิปัน ซึ่งได้ชื่อว่าหลังคาแห่งอินโดจีน มีความสูงถึง 3,143เมตร ซึ่งสูงกว่ายอดดอยอินทนนท์บ้านเราที่มีความสูงเพียง 2,565 เมตร โดยบนยอดเขามีกระเช้าให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเยี่ยมชมวิวด้วย
เมืองซาปา
หกโมงเย็น ถึงเมืองซาปา เป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก ลงจากแทบจะเดินไม่เป็นกันเลยทีเดียว เราเอาสัมภาระไปเก็บไว้ที่โรงแรมที่พัก แล้วเดินออกมาทานอาหารเย็นมื้อแรกในเมืองซาปา ไม่พูดมาละ หิว
เมืองซาปา

เมืองซาปา
มื้อแรกในเมืองซาปา สุกี้ซาปา ขอบอกว่าอร่อยมาก เพราะได้น้ำจิ้มสุกี้จากเมืองไทย ถ้าขาดน้ำจิ้มสุกี้นี่เรียกว่า ต้มจืดมาม่ากันเลยทีเดียว ผักสดที่นี่อร่อยกรอบ โดยเฉพาะผักฟักแม้ว ที่เมืองซาปาปลูกกันเรียกว่าคลุมภูเขาเป็นลูกๆเลย หม้อเดียวกินกันหกคน เติมผักกันหลายรอบ ผักสด กรอบมาก เมื่อหนังท้องตึง ก็ต้องออกไปเดินย่อย ชมเมืองตอนค่ำกันก่อน

เพิ่งสามทุ่ม หมอกลงปกคลุมทั้งเมือง มองเห็นเป็นแค่เงา (ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายวีดีโอในแนวนอน ภาพเลยจะแคบไปซักหน่อย) ซักพักฝนปรอยลงมา รอบๆบริเวณนี้จะมีชาวเขานำสินค้ามาขาย เป็นประเภทผ้าปักมือ ชาวเขาที่นี่หลายคนพูดภาษาอังกฤษได้ และพัฒนาตัวเองเป็นไกด์ไปด้วยในตัว แต่สิ่งที่เห็นได้ทั่วไปและมีเยอะ คือภาพของเด็กน้อยอายุไม่ถึงสิบขวบ แบกน้องไว้บนหลังแล้วเดินเร่ขายพวงกุญแจ
เมืองซาปา

เมืองซาปา
พอเริ่มดึก เด็กน้อยก็เริ่มง่วง ทั้งพี่ทั้งน้องก็ใช้ริมถนนเป็นที่นั่งพักสัปหงก แม่เด็กไม่รู้อยู่ตรงไหน มีคนบอกว่าพ่อแม่เด็ก จะใช้ลูกให้หาเงิน ถ้าเราให้เงินเด็กเหล่านี้มากเท่าไหร่ เด็กก็จะยิ่งหมดโอกาศไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะต้องออกมาเร่ขายของหาเงิน เวลาในการเล่น คือเวลาที่เจอเพื่อนบนถนนแล้วทักทายวิ่งหยอกล้อกันไปมา เจอนักท่องเที่ยวก็วิ่งเข้ามายื่นพวงกุญแจ นักท่องเที่ยวบางคนสงสารก็ให้เงิน ไม่เอาของ แต่เหมือนดาบสองคม เพราะเงินที่ได้มาก็จะส่งต่อไปที่พ่อแม่ของเด็กเหล่านี้แทน เห็นแล้วสงสารมากแต่ก็ให้เงินเด็กไปเหมือนกัน
เมืองซาปา
นั่งหลับแบบมีสมาธิมาก 

เมืองซาปา

เมืองซาปา
ค่ำคืนแห่งการช้อปปิ้งก็ได้เริ่มขึ้นที่ร้านหญิงลี เจ้าของร้านพูดได้หลายภาษารวมถึงภาษาไทย และขายของแบบใจถึง ของเกือบแท้ คุณภาพ(น่า)จะดี ในราคาที่ถูกมากกกก ทั้งฝรั่ง ไทย มารวมกันอยู่ตรงนี้ ฝรั่งบางคนตั้งใจมาซ้ื้อของที่ร้านนี้กันเลยทีเดียว ถึงฝนจะตกปรอยๆ แต่นักช้อปทั้งหลายก็บ่อยั่น หอบหิ้วกันคนละสองสามถุง นี่แค่คืนแรกน้ำหนักกระเป๋าก็เพิ่มขึ้นมาหลายกิโล ละลายทรัพย์พอประมาณกลับไปนอนพักเอาแรงเดินชมเมืองพรุ่งนี้เช้ากันต่อ
WWW.SMILE-LEE.COM

เรื่องกำลังดัง